โอเอซิสสำหรับคนไร้บ้าน : ภารกิจทดลองเพื่อลดความเปราะบางทางสังคมและการพัฒนาทุนมนุษย์

The Homeless’s Oasis: An Experimental Platform on Enhancing Social Safety Net and Human Capability

สถานการณ์ในปี 2567 กรุงเทพมหานครพบว่ามีคนไร้บ้านจำนวนมากกว่า 1,400 คน โดยราว 700 คนอาศัยอยู่บริเวณโดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์และถนนราชดำเนิน โดยเฉพาะในตรอกสาเก

ผู้เขียน: ณัฐวุฒิ อัศวโกวิทวงศ์
ภาพ: Bangkok City Lab

ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีบริการเชิงสังคมสงเคราะห์ให้แก่คนไร้บ้านอยู่บ้าง ได้แก่ การแจกสิ่งของอุปโภคบริโภคพื้นฐานที่จำเป็น การตรวจสุขภาพปฐมภูมิ การให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน แต่ก็ยังขาดการเชื่อมโยงการสนับสนุนที่เป็นระบบและการสร้างฐานมโนคติใหม่เกี่ยวกับคนไร้บ้านในฐานะพลเมือง นอกเหนือไปจากการถูกมองว่าเป็นภาระทางสังคม เป็นส่วนหนึ่งของการก่ออาชญากรรม และเป็นสาเหตุหนึ่งของความรู้สึกไม่ปลอดภัยในเมือง

“โครงการบ้านอิ่มใจ” หรือศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้งหลังจากที่หยุดดำเนินการมากว่า 5 ปี ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร จากแนวนโยบายในการจัดบริการด้านการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตแก่คนไร้ที่พึ่งและคนไร้บ้าน ภายในพื้นที่กว่า 5 ไร่ ของกลุ่มอาคารเก่าของสำนักงานการประปาสาขาแม้นศรี ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยกรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้ทาง Bangkok City Lab ค้นหาโปรแกรมและจัดทำทางเลือกของระบบการฟื้นฟูคนไร้บ้าน รวมถึงการเชื่อมโยงภาคีที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นกิจกรรมและการจัดสภาพแวดล้อม โดยร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้อง 6 ฝ่าย ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย มูลนิธิอิสรชน บริษัทตั้งต้นดี และกลุ่มสุขภาวะข้างถนน


บ้านอิ่มใจ : อะไรคือบริการสำหรับคนในบ้าน ?

แนวคิดสำหรับบ้านอิ่มใจในการยกระดับให้ดีขึ้นมากกว่าการสังคมสงเคราะห์เป็นรายโอกาสคือสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญในการริเริ่มโครงการใหม่รอบนี้ ภาคีวิชาการ ได้แก่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ได้ทำการศึกษาด้วยมุมมองทางสังคมวิทยา ในการค้นหาโอกาสและสิ่งที่ขาดหายไปของการจัดบริการที่เกี่ยวข้องกับคนในบ้าน ในการที่พื้นที่แห่งนี้สามารถมีศักยภาพในการสร้างโอกาสของการพัฒนาทุนมนุษย์ได้หรือไม่

จากการสัมภาษณ์เชิงลึกและพูดคุยกับหน่วยงานและองค์กรการทำงานที่เกี่ยวข้องกับคนไร้บ้าน พบสภาวะที่แตกต่างหลากหลายของคนไร้บ้าน โดยสามารถจัดกลุ่มออกได้พอสังเขปเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มที่ 1 : คนไร้บ้านถาวร เป็นกลุ่มที่ต้องการการสงเคราะห์อย่างต่อเนื่องทางด้านทรัพยากรสำหรับการยังชีพและการรักษาพยาบาล
  • กลุ่มที่ 2 : คนไร้บ้านระยะสั้น เป็นกลุ่มที่ต้องการการสนับสนุนระยะสั้นและฟื้นฟูเศรษฐสถานะให้กลับคืนสู่การพึ่งพาตัวเองได้ ได้แก่ การเข้าถึงที่อยู่อาศัยชั่วคราวแบบเร่งด่วน
  • กลุ่มที่ 3 : คนไร้บ้านระยะยาว เป็นกลุ่มที่ต้องการการสนับสนุนฟื้นฟูเศรษฐสถานะให้กลับคืนสู่การพึ่งพาตัวเองได้ ได้แก่ การเข้าถึงที่อยู่อาศัยราคาถูกและการมีอาชีพที่ต่อเนื่อง

บ้านอิ่มใจจึงมีเจตคติที่นอกเหนือจากการเป็นบริการพื้นฐานสำหรับคนไร้บ้านแล้ว ยังมุ่งค้นหาความเป็นไปได้ในการสร้างโอกาสของการเปลี่ยนสถานะของคนในบ้านไปสู่การคืนทรัพยากรมนุษย์ ที่ไม่เป็นภาระและเป็นประโยชน์ให้แก่สังคม

แนวทางการจัดองค์ประกอบและการสร้างกลไกการเหนี่ยวนำให้เกิดการฟื้นฟูคนไร้บ้านอย่างเป็นระบบ จึงประกอบไปด้วยชุดโครงการหรือกิจกรรม บนพื้นฐานของพยายามเข้าใจกลไกการเปลี่ยนแปลงในระดับอัตวิสัยของคนไร้บ้าน ออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่

  • ช่วงที่ 1 : การได้รับบริการพื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ได้แก่ การมีที่พักพิงชั่วคราว บริการสุขภาพและตรวจรักษาโรค การสงเคราะห์และบริจาคช่วยเหลือตามความจำเป็น
  • ช่วงที่ 2 : การมีศักยภาพในการเข้าถึงอาชีพที่ต่อเนื่อง ได้แก่ การเพิ่มพูนทักษะอาชีพ การมีกลุ่มจัดตั้งและให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
  • ช่วงที่ 3 : โอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยราคาถูก ได้แก่ การมีบริการห้องพักราคาประหยัด แบบรายวันหรือรายสัปดาห์

 

ก่อนปรับปรุง

หลังปรับปรุง


ศูนย์พักพิงและฟื้นฟูคนไร้บ้าน: ตาข่ายแห่งความปลอดภัยทางสังคม

บทเรียนจากการศึกษา:

ภายหลังจากการวิจัยแบบมีส่วนร่วม พบประเด็นทางสังคมปลีกย่อยที่สามารถนำมาสู่การจัดบริการและสภาพแวดล้อมสำหรับคนไร้บ้านบนเจตนาที่มุ่งหวังให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย และมีบริการพื้นฐานบนการเคารพศักยศรีความเป็นมนุษย์ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย

1) บริการแวะพักชั่วคราว

ด้วยคนไร้บ้านจำนวนหนึ่งต้องการเพียงบริการสำหรับการทำธุระส่วนตัว ได้แก่ ห้องสุขา พื้นที่รับของบริจาค ล็อกเกอร์เก็บสัมภาระ หรือแม้แต่บริการตรวจสุขภาพพื้นฐาน รวมถึงกิจกรรมดนตรีบำบัดเป็นครั้งคราว

2) การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม และการจัดเตรียมที่พักชั่วคราว

คนบางส่วนอาจสูญเสียที่อยู่อาศัยในช่วงข้ามคืนและกลายเป็นคนไร้บ้านเฉียบพลันจากการไล่รื้อ หรือการเกิดเพลิงไหม้ บางส่วนอาจต้องการที่หลบฝนในบางครั้ง ซึ่งต้องการพื้นที่หมุนเวียนของการเป็นศูนย์พักพิง นอกจากนี้จากการวิจัยพบว่ามีการล่วงละเมิดคนไร้บ้านโดยเฉพาะในกลุ่ม LGBTQ+ จึงจำเป็นต้องจัดสภาพแวดล้อมของที่พักชั่วคราวให้รองรับประเด็นนี้ไว้ด้วย

3) การฟื้นฟูสมรรถนะจากมุมมองทุนมนุษย์

ที่ภายในโครงการสามารถสร้างสรรค์กิจกรรมให้เกิดโอกาสทางด้านอาชีพต่อเนื่องแก่กลุ่มคนไร้บ้าน ได้แก่ การฟื้นฟูอาชีพและมีรายได้รายวัน การส่งเสริมกิจกรรมฟื้นฟูจิตใจ เป็นต้น


การเปลี่ยนผ่านไปสู่ความมั่นคงใหม่

หนึ่งในมุมมองที่มีต่อการจัดบริการในบ้านอิ่มใจ นอกเหนือจากการให้ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตและการพัฒนาศักยภาพผ่านการสร้างอาชีพแล้วนั้น อีกส่วนหนึ่งคือความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย โดยอาศัยหลักการพื้นฐานของพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะเป็นกรอบแนวทางในการเปลี่ยนผ่าน ของการเปลี่ยนแปลงขอบเขตจากการมีพื้นที่ส่วนตัวน้อยไปสู่การขยายพื้นที่ส่วนตัวที่แปรผันตามจากสภาวะความไร้บ้าน สู่การเข้าถึงและมีที่อยู่อาศัยเช่าราคาถูก โดยมีสมมติฐานที่ว่าการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ส่วนตัวทีละเล็กทีละน้อย จะเป็นแรงจูงใจให้พิจารณาถึงการมีที่อยู่อาศัยที่เป็นหลักแหล่งถาวร และช่วยลดความเปราะบางของคนไร้บ้านลง

การสร้างโมเดลของการฟื้นฟูอาชีพจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เกิดการพึ่งตนเองของคนไร้บ้านในระยะยาว และสามารถมีรายได้ที่ต่อเนื่อง จากความเป็นไปได้ต่าง ๆ ได้แก่ โครงการจ้างวานข้า ช่างการช่าง ที่สนับสนุนโดยมูลนิธิกระจกเงา และการทำบริการอาหารในรูปแบบ Food Delivery บนพื้นที่โครงการที่เป็นฐานในการทำ Cloud Kitchen ซึ่งสนับสนุนโดยบริษัทตั้งต้นดี โดยคาดหวังให้กลุ่มคนไร้บ้านที่มีศักยภาพจะสามารถมีรายได้ต่อเนื่อง และนำไปสู่โอกาสที่จะหลุดพ้นจากสภาวะคนไร้บ้านในท้ายที่สุด

Scroll to top